Deprecated: strip_tags(): Passing null to parameter #1 ($string) of type string is deprecated in C:\inetpub\wwwroot\sanowaofficial.com\head.php on line 41

Deprecated: strip_tags(): Passing null to parameter #1 ($string) of type string is deprecated in C:\inetpub\wwwroot\sanowaofficial.com\head.php on line 42
สรุปทำนมต้องนวดหรือไม่? และทำไม!! ต้องนวดกับผู้เชี่ยวชาญ

สรุปทำนมต้องนวดหรือไม่? และทำไม!! ต้องนวดกับผู้เชี่ยวชาญ

สรุปทำนมต้องนวดหรือไม่? และทำไม!! ต้องนวดกับผู้เชี่ยวชาญ

 

การเสริมหน้าอกศัลยกรรมปัจจุบันนี้เป็นที่นิยมกันมาก มีความปลอดภัย และทันสมัยกว่าเมื่อก่อน

มีซิลิโคนให้เลือกหลากหลายแบรนด์ มีผิวสัมผัสที่เป็นธรรมชาติ คุณหมอมืออาชีพให้คำปรึกษา

แต่เหนือสิ่งอื่นใด การดูแลตนเองหลังเสริมหน้าอกมานั้น นับเป็นเรื่องที่จำเป็นและสำคัญที่สุด

 

หลายคนเกิดข้อสงสัยและมักตั้งคำถามว่า ทำนมทำไมต้องนวด ไม่นวดก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลย

ต้องบอกว่าคุณโชคดีมาก หากทำมาแล้วสวยสมใจ ปกติดีไม่มีปัญหา

 

สิ่งที่อันตรายกว่าคือการที่ คุณไม่รู้ตัว คิดว่านมไม่มีปัญหา ทั้งที่มีปัญหา

 

แล้วปัญหานั้นเกิดจากอะไร และมีปัญหาใดบ้างที่สาวๆ หลายคนพบเจอ วันนี้ สโณว่ามีคำตอบมาให้หายสงสัยกันค่ะ

 

*****************************

 

อันดับแรกมาทำความรู้จัก พังผืดกันก่อน

 

พังผืดคือความมหัศจรรย์ของร่างกายหรือกลุ่มเนื้อเยื่อชนิดหนึ่งที่ร่างกายสร้างขึ้นมา

เพื่อซ่อมแซมอาการบาดเจ็บในกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น

และห่อหุ้มสิ่งแปลกปลอมให้แยกจากเนื้อเยื่อของร่างกายโดยการใช้พังผืดหดรัด

ทำให้สิ่งแปลกปลอมนั้นลดขนาดลงให้เล็กที่สุด ซึ่งถุงซิลิโคนที่ใช้เสริมหน้าอกนั้น

ถือเป็นสิ่งแปลกปลอมอย่างหนึ่งของร่างกาย

หลังจากการเสริมหน้าอกแล้วพังผืดจะเริ่มเกิดการรัดตัว เพื่อต่อต้านซิลิโคน และเมื่อพังผืดรัดตัว

หน้าอกจะเริ่มแข็ง ตึง แน่นจนขยับไม่ได้ และผิดรูปบิดเบี้ยว บางท่านมีอาการเจ็บปวด รอบเต้าเวลาใส่เสื้อชั้นใน

นี่คือปัญหาที่น่ากลัวหลังการเสริมหน้าอก และนำมาสู่การผ่าตัดซ้ำในที่สุด

 

การป้องกันพังผืดควรใส่ใจทุกขั้นตอน

-  ก่อนเสริมหน้าอก         ศึกษาหาข้อมูล เลือกซิลิโคน ตำแหน่งการผ่าตัด ขนาดซีซี

และคลินิกทีมแพทย์ที่น่าเชื่อถือ เข้าปรึกษาคุณหมอหรือผู้เชี่ยวชาญโดยตรง

-  ระหว่างเสริมหน้าอก     เตรียมสภาพร่างกาย ตรวจสุขภาพและโรคประจำตัว พักผ่อนให้เพียงพอ

ตรวจเช็คความพร้อมก่อนเข้าห้องผ่าตัดกับคุณหมอเพื่อความมั่นใจอีกครั้ง

-  หลังเสริมหน้าอก          พักผ่อนตามแพทย์สั่ง นวดหน้าอกโดยผู้เชี่ยวชาญ

ตรวจเช็คเต้านมด้วยเครื่องดิจิตอลแมมโมแกรม

 

การแก้ไขพังผืด

หลังการผ่าตัดเสริมหน้าอก พังผืดจะเริ่มก่อตัว การนวดจะช่วยชะลอการเกิดพังผืดหรือทำให้พังผืดที่เกิดขึ้นบางลง

และยังเป็นการขยับเต้านมให้เกิดการเคลื่อนไหว พังผืดไม่รัดตัว

ซึ่งการนวดจะทำให้หน้าอกเข้ารูปและนิ่มเป็นธรรมชาติได้เร็วขึ้น

โดยการนวดนั้น ควรนวดเป็นประจำ เนื่องจากผังผืดก่อตัวได้ตลอดเวลา เพราะพังผืดมีโครงสร้างที่เหมือนกับวุ้น

หากใช้พลังงานหรือการนวดสามารถจัดแนวการวางทรงหรือจัดให้อยู่ในรูปทรงที่ต้องการได้

การนวดคลึงทำให้พังผืดที่แข็งหนากลับมีความยืดหยุ่นขึ้น กล้ามเนื้อสามารถยืดตัวออกได้และกลับเข้าสู่สภาพปกติ

ทำให้ร่างกายมีความสมดุล เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ

 

ทำไมต้องนวดหน้าอกศัลยกรรมโดยผู้เชี่ยวชาญ

*****************************

 

การนวดโดยผู้เชี่ยวชาญนับเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เนื่องจากแต่ละคนมีข้อจำกัดที่แตกต่างกัน

เช่น การวางซิลิโคนเหนือกล้ามเนื้อกับใต้กล้ามเนื้อ วิธีการนวดก็จะแตกต่างกัน เนื่องจากการวางเหนือกล้ามเนื้อ

ซิลิโคนจะสามารถพลิกตัวได้ง่ายกว่า ซึ่งควรระวังในเรื่องของการนวดผิดท่าทาง ซึ่งส่งผลทำให้หน้าอกผิดรูปได้

 

ดังนั้นไม่ง่ายเลยที่เราจะสามารถดูแลได้ด้วยตนเอง อีกทั้งนวดหน้าอกเป็นประจำ นอกจากจะทำให้หน้าอกสวย แล้ว

ยังเป็นวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการเป็นมะเร็งเต้านมได้ด้วย เนื่องจากการนวดจะช่วยกระตุ้นไหลเวียนเลือด

การให้แรงบีบกดที่หน้าอก ช่วยให้เซลล์ที่เจริญผิดรูป

ซึ่งจะพัฒนากลายเป็นเซลล์มะเร็ง กลับมาเป็นเซลล์ที่เจริญตามปกติ

และไม่อันตรายได้ นอกจากจะทำให้หน้าอกสวย กระชับ ได้รูป และไม่หย่อนคล้อยแล้ว

ยังช่วยให้ต่อมน้ำเหลืองทำงานในการขจัดของเสียได้เต็มที่ จึงทำให้ปลอดภัยจากการเป็นมะเร็งเต้านมได้อีกทาง

 

นอกจากนี้ การนวดหน้าอกโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เป็นประจำสม่ำเสมอ ยังช่วยให้เราทราบถึงความเปลี่ยนแปลง

และอาการที่เปลี่ยนไปของการเสริมหน้าอก ในกรณีที่เจอสิ่งผิดปกติ

ก็จะสามารถตรวจเจอได้รวดเร็ว และแก้ไขได้ก่อนที่จะสายเกินไป

 

*****************************

 

ประโยชน์ของการนวดหน้าอกศัลยกรรมโดยผู้เชี่ยวชาญ

 

1.  ชะลอการเกิดผังผืด

2.  นวดถูกวิธีหน้าอกสวยงามกระชับฟูมากยิ่งขึ้น

3.  นวดลึกถึงซิลิโคน ให้นิ่มเป็นธรรมชาติ

4.  ช่วยจัดทรงให้เข้าที่สำหรับคนที่มีปัญหาหลังเสริมหน้าอก (นมเบี้ยว นมแฝดฯ)

5.  ยืดอายุการคงอยู่ของซิลิโคนให้ยาวนานขึ้น

6.  ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับถุงเต้านม เพื่อการขยับตัวของซิลิโคน

7.  ช่วยกระตุ้นปลายประสาท แก้ปัญหาหัวนมชาไร้ความรู้สึก

8.  การนวดช่วยให้แผลเป็นที่แข็งนุ่มลง

9.  ช่วยยืดเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อที่บาดเจ็บหลังผ่าตัด

10.  ตรวจเช็คความผิดปกติของการเสริมหน้าอกได้ทันท่วงที

 

ระยะเวลาในการนวดหน้าอกศัลยกรรม

 

ระยะ หลังตัดไหม 1 เดือน          นวดสัปดาห์ละ 3 ครั้ง       ครั้งละ 1 ชั่วโมง

ระยะ 1 เดือน 3 เดือน               นวดสัปดาห์ละ 2 ครั้ง       ครั้งละ 1 ชั่วโมง

ระยะ 3 เดือน 6 เดือน               นวดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง       ครั้งละ 1 ชั่วโมง

ระยะ 6 เดือน 1 ปี                    นวดเดือนละ 2 ครั้ง          ครั้งละ 1 ชั่วโมง

ระยะ 1 ปี ขึ้นไป                          นวดเดือนละ 1 ครั้ง          ครั้งละ 1 ชั่วโมง

 

ถ้าไม่มีเวลาก็สามารถดูแลตัวเองได้ง่ายๆ

ด้วยผลิตภัณฑ์บํารุงทรวงอกศัลยกรรม เอกสิทธิ์ 1 เดียว ของ สโณว่า

 

*****************************

 

ที่อุดมไปด้วยสารสกัดกว่า 9 ชนิด นำเข้าจากญี่ปุ่น ฝรั่งเศส และเยอรมันนี

มาพร้อมคุณสมบัติ 5 ประการ ที่ตอบโจทย์และจบทุกปัญหาหน้าอกศัลยกรรม

 

 

การเสริมหน้าอกศัลยกรรมปัจจุบันนี้เป็นที่นิยมกันมาก มีความปลอดภัย และทันสมัยกว่าเมื่อก่อน

มีซิลิโคนให้เลือกหลากหลายแบรนด์ มีผิวสัมผัสที่เป็นธรรมชาติ คุณหมอมืออาชีพให้คำปรึกษา

แต่เหนือสิ่งอื่นใด การดูแลตนเองหลังเสริมหน้าอกมานั้น นับเป็นเรื่องที่จำเป็นและสำคัญที่สุด

 

หลายคนเกิดข้อสงสัยและมักตั้งคำถามว่า ทำนมทำไมต้องนวด ไม่นวดก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลย

ต้องบอกว่าคุณโชคดีมาก หากทำมาแล้วสวยสมใจ ปกติดีไม่มีปัญหา

 

สิ่งที่อันตรายกว่าคือการที่ คุณไม่รู้ตัว คิดว่านมไม่มีปัญหา ทั้งที่มีปัญหา

 

แล้วปัญหานั้นเกิดจากอะไร และมีปัญหาใดบ้างที่สาวๆ หลายคนพบเจอ วันนี้ สโณว่ามีคำตอบมาให้หายสงสัยกันค่ะ

 

*****************************

 

อันดับแรกมาทำความรู้จัก พังผืดกันก่อน

 

พังผืดคือความมหัศจรรย์ของร่างกายหรือกลุ่มเนื้อเยื่อชนิดหนึ่งที่ร่างกายสร้างขึ้นมา

เพื่อซ่อมแซมอาการบาดเจ็บในกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น

และห่อหุ้มสิ่งแปลกปลอมให้แยกจากเนื้อเยื่อของร่างกายโดยการใช้พังผืดหดรัด

ทำให้สิ่งแปลกปลอมนั้นลดขนาดลงให้เล็กที่สุด ซึ่งถุงซิลิโคนที่ใช้เสริมหน้าอกนั้น

ถือเป็นสิ่งแปลกปลอมอย่างหนึ่งของร่างกาย

หลังจากการเสริมหน้าอกแล้วพังผืดจะเริ่มเกิดการรัดตัว เพื่อต่อต้านซิลิโคน และเมื่อพังผืดรัดตัว

หน้าอกจะเริ่มแข็ง ตึง แน่นจนขยับไม่ได้ และผิดรูปบิดเบี้ยว บางท่านมีอาการเจ็บปวด รอบเต้าเวลาใส่เสื้อชั้นใน

นี่คือปัญหาที่น่ากลัวหลังการเสริมหน้าอก และนำมาสู่การผ่าตัดซ้ำในที่สุด

 

การป้องกันพังผืดควรใส่ใจทุกขั้นตอน

-  ก่อนเสริมหน้าอก         ศึกษาหาข้อมูล เลือกซิลิโคน ตำแหน่งการผ่าตัด ขนาดซีซี

และคลินิกทีมแพทย์ที่น่าเชื่อถือ เข้าปรึกษาคุณหมอหรือผู้เชี่ยวชาญโดยตรง

-  ระหว่างเสริมหน้าอก     เตรียมสภาพร่างกาย ตรวจสุขภาพและโรคประจำตัว พักผ่อนให้เพียงพอ

ตรวจเช็คความพร้อมก่อนเข้าห้องผ่าตัดกับคุณหมอเพื่อความมั่นใจอีกครั้ง

-  หลังเสริมหน้าอก          พักผ่อนตามแพทย์สั่ง นวดหน้าอกโดยผู้เชี่ยวชาญ

ตรวจเช็คเต้านมด้วยเครื่องดิจิตอลแมมโมแกรม

 

การแก้ไขพังผืด

หลังการผ่าตัดเสริมหน้าอก พังผืดจะเริ่มก่อตัว การนวดจะช่วยชะลอการเกิดพังผืดหรือทำให้พังผืดที่เกิดขึ้นบางลง

และยังเป็นการขยับเต้านมให้เกิดการเคลื่อนไหว พังผืดไม่รัดตัว

ซึ่งการนวดจะทำให้หน้าอกเข้ารูปและนิ่มเป็นธรรมชาติได้เร็วขึ้น

โดยการนวดนั้น ควรนวดเป็นประจำ เนื่องจากผังผืดก่อตัวได้ตลอดเวลา เพราะพังผืดมีโครงสร้างที่เหมือนกับวุ้น

หากใช้พลังงานหรือการนวดสามารถจัดแนวการวางทรงหรือจัดให้อยู่ในรูปทรงที่ต้องการได้

การนวดคลึงทำให้พังผืดที่แข็งหนากลับมีความยืดหยุ่นขึ้น กล้ามเนื้อสามารถยืดตัวออกได้และกลับเข้าสู่สภาพปกติ

ทำให้ร่างกายมีความสมดุล เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ

 

ทำไมต้องนวดหน้าอกศัลยกรรมโดยผู้เชี่ยวชาญ

 

*****************************

 

การนวดโดยผู้เชี่ยวชาญนับเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เนื่องจากแต่ละคนมีข้อจำกัดที่แตกต่างกัน

เช่น การวางซิลิโคนเหนือกล้ามเนื้อกับใต้กล้ามเนื้อ วิธีการนวดก็จะแตกต่างกัน เนื่องจากการวางเหนือกล้ามเนื้อ

ซิลิโคนจะสามารถพลิกตัวได้ง่ายกว่า ซึ่งควรระวังในเรื่องของการนวดผิดท่าทาง ซึ่งส่งผลทำให้หน้าอกผิดรูปได้

 

ดังนั้นไม่ง่ายเลยที่เราจะสามารถดูแลได้ด้วยตนเอง อีกทั้งนวดหน้าอกเป็นประจำ นอกจากจะทำให้หน้าอกสวย แล้ว

ยังเป็นวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการเป็นมะเร็งเต้านมได้ด้วย เนื่องจากการนวดจะช่วยกระตุ้นไหลเวียนเลือด

การให้แรงบีบกดที่หน้าอก ช่วยให้เซลล์ที่เจริญผิดรูป

ซึ่งจะพัฒนากลายเป็นเซลล์มะเร็ง กลับมาเป็นเซลล์ที่เจริญตามปกติ

และไม่อันตรายได้ นอกจากจะทำให้หน้าอกสวย กระชับ ได้รูป และไม่หย่อนคล้อยแล้ว

ยังช่วยให้ต่อมน้ำเหลืองทำงานในการขจัดของเสียได้เต็มที่ จึงทำให้ปลอดภัยจากการเป็นมะเร็งเต้านมได้อีกทาง

 

นอกจากนี้ การนวดหน้าอกโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เป็นประจำสม่ำเสมอ ยังช่วยให้เราทราบถึงความเปลี่ยนแปลง

และอาการที่เปลี่ยนไปของการเสริมหน้าอก ในกรณีที่เจอสิ่งผิดปกติ

ก็จะสามารถตรวจเจอได้รวดเร็ว และแก้ไขได้ก่อนที่จะสายเกินไป

 

*****************************

 

ประโยชน์ของการนวดหน้าอกศัลยกรรมโดยผู้เชี่ยวชาญ

 

1.  ชะลอการเกิดผังผืด

2.  นวดถูกวิธีหน้าอกสวยงามกระชับฟูมากยิ่งขึ้น

3.  นวดลึกถึงซิลิโคน ให้นิ่มเป็นธรรมชาติ

4.  ช่วยจัดทรงให้เข้าที่สำหรับคนที่มีปัญหาหลังเสริมหน้าอก (นมเบี้ยว นมแฝดฯ)

5.  ยืดอายุการคงอยู่ของซิลิโคนให้ยาวนานขึ้น

6.  ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับถุงเต้านม เพื่อการขยับตัวของซิลิโคน

7.  ช่วยกระตุ้นปลายประสาท แก้ปัญหาหัวนมชาไร้ความรู้สึก

8.  การนวดช่วยให้แผลเป็นที่แข็งนุ่มลง

9.  ช่วยยืดเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อที่บาดเจ็บหลังผ่าตัด

10.  ตรวจเช็คความผิดปกติของการเสริมหน้าอกได้ทันท่วงที

 

ระยะเวลาในการนวดหน้าอกศัลยกรรม

 

ระยะ หลังตัดไหม 1 เดือน          นวดสัปดาห์ละ 3 ครั้ง       ครั้งละ 1 ชั่วโมง

ระยะ 1 เดือน 3 เดือน               นวดสัปดาห์ละ 2 ครั้ง       ครั้งละ 1 ชั่วโมง

ระยะ 3 เดือน 6 เดือน               นวดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง       ครั้งละ 1 ชั่วโมง

ระยะ 6 เดือน 1 ปี                    นวดเดือนละ 2 ครั้ง          ครั้งละ 1 ชั่วโมง

ระยะ 1 ปี ขึ้นไป                          นวดเดือนละ 1 ครั้ง          ครั้งละ 1 ชั่วโมง

 

ถ้าไม่มีเวลาก็สามารถดูแลตัวเองได้ง่ายๆ

ด้วยผลิตภัณฑ์บํารุงทรวงอกศัลยกรรม เอกสิทธิ์ 1 เดียว ของ สโณว่า

 

*****************************

 

ที่อุดมไปด้วยสารสกัดกว่า 9 ชนิด นำเข้าจากญี่ปุ่น ฝรั่งเศส และเยอรมันนี

มาพร้อมคุณสมบัติ 5 ประการ ที่ตอบโจทย์และจบทุกปัญหาหน้าอกศัลยกรรม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จิตตก!! เสริมหน้าอกมาแล้ว ไม่สวยอย่างที่คิด

มีแต่ปัญหา นมแข็ง ตึง เบี้ยว เป็นบล็อก ทำไงดี??

 

*****************************

 

“เครียดมาก กังวลใจ จิตตก” คงเป็นความรู้สึกของสาวๆ หลายๆ คน ที่เสริมหน้าอกมาแล้ว ไม่สวย ไม่ดี อย่างที่คิด แน่นอนว่าทุกการศัลยกรรมมีความเสี่ยง ที่ผลลัพธ์อาจไม่ออกมาตามที่เราต้องการ

แต่ก็คงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นกับตัวเอง เพราะเรามั่นใจว่าเราได้เลือกทุกขั้นตอน และเตรียมตัวมาอย่างดีที่สุดแล้ว

แต่ก็ไม่วายที่หลายๆ คน ยังคงต้องเจอกับปัญหา ที่ทำให้ต้องปวดใจ

 

“เสียความมั่นใจ แต่ไม่อยากแก้ใหม่ เจ็บตัว เสียเงิน เสียเวลา ทำไงดี”

 

เอาเป็นว่าเรามาเรียนรู้ปัญหาและศึกษาแนวทางการแก้ไขไปพร้อมๆ กัน

เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับปัญหาที่เราต้องเจอ

 

ปัญหาหลังเสริมหน้าอกที่มักพบเจอ

 

หน้าอกแข็ง ตึง เป็นก้อน บล็อก

 

*****************************

 

สาเหตุเสริมหน้าอกแล้ว หน้าอกแข็ง ตึง เป็นก้อน บล็อก

 

ภาวะหน้าอกแข็ง ตึง เป็นก้อน หรือเป็นบล็อก ไม่ขยับ ส่วนมากมักเกิดจากพังผืดรัดตัว ซึ่งพังผืดคือเนื้อเยื่อที่สร้างขึ้นมาหุ้มซิลิโคน ในบางคนอาจเกิดการหดตัว ทำให้บีบรัดซิลิโคนจนรู้สึกว่าหน้าอกเป็นก้อนและอาจบีบรัดมากจนเสียรูปทรง หรืออาจรุนแรงไปจนถึงขั้นรั่วได้

ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดพังผืดนั้นมีหลายปัจจัยดังนี้

-  เทคนิคการผ่าตัดของแพทย์

-  การบาดเจ็บของเนื้อเยื่อขณะผ่าตัด

-  อาการเลือดคั่งหลังผ่าตัด

-  การติดเชื้อแบคทีเรียจากวัสดุอุปกรณ์ผ่าตัดที่ไม่สะอาด

-  โครงสร้างร่างกายของแต่ละบุคคล

 

แนวทางการแก้ไขหรือดูแลรักษา

            เราจึงควรเลือกและดูแลใส่ใจในทุกกระบวนการ ทั้ง ก่อน ระหว่าง และหลังเสริมหน้าอกให้ดี เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นให้น้อยที่สุด

            แต่ในกรณีที่เกิดอาการเหล่านี้ขึ้นแล้ว ควรรีบเข้าพบแพทย์ หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ “สโณว่า” ได้ทุกสาขา เพื่อตรวจเช็คและแนะนำวิธีการแก้ไข “อย่ารอให้อาการรุนแรง เรื้อรัง จนต้องเจ็บตัว ผ่าตัดแก้ใหม่”

 

หน้าอกห่าง ไหลข้าง เห็นซี่โครง

 

*****************************

สาเหตุเสริมหน้าอกแล้ว หน้าอกห่าง ไหลข้าง เห็นซี่โครง

 

หลังเสริมหน้าอกมาแล้วอกห่าง ไม่ชิดฟูเหมือนคนอื่น นอนทีไหลออกไปด้านข้าง กระดูกซี่โครงขึ้นชัดเจน แบ่งได้เป็นหลายปัจจัย

-  โครงสร้างของแต่ละบุคคลที่แตกต่างกัน บางคนมีหน้าอกที่ห่างอยู่แล้ว การเสริมจำเป็นต้องวางซิลิโคนในตำแหน่งกลางเต้าเป็นหลัก เมื่อโครงสร้างหน้าอกห่าง จึงทำให้ซิลิโคนห่างออกไปเช่นกัน

-  เดิมเนื้อหน้าอกน้อย จึงทำให้เวลาเสริมหน้าอกเห็นซี่โครงชัดเจนแทนที่จะเห็นเนื้อกลางหน้าอก

-  เสริมหน้าอกเล็กกว่าโครงสร้างสัดส่วนของตนเอง โดยคนที่ไหล่กว้าง ไม่ควรเสริมหน้าอกที่เล็กจนเกินไป เพราะจะทำให้เมื่อเสริมมาแล้วหน้าอกดูห่าง

-  ตอนผ่าตัดทางแพทย์เลาะโพรงห่างจนเกินไป ทำให้เมื่อใส่ซิลิโคนไปแล้วหน้าอกดูไหลออกข้าง ร่องอกห่างกว้าง

-  การขึ้นลงของน้ำหนักตัว ยิ่งมีการลดน้ำหนักมากๆ ทำให้เนื้อหน้าอกหดหาย ร่องอกห่างชัดขึ้น

 

แนวทางการแก้ไขหรือดูแลรักษา

การดูแลหลังเสริมหน้าอก ให้ทรงไม่ห่างออกไปนั้น ควรเลือกแพทย์และคลินิกที่น่าเชื่อถือ และเมื่อเสริมหน้าอกมาแล้ว แนะนำให้ใส่ซัพพอร์ตบรารัดเต้าเข้าหากัน ประคองไว้ทันที่หลังเสริม แต่ไม่รัดแน่นจนเกินไป เพราะการรัดแน่นเกินไปจะทำให้อักเสบได้ ควรใส่สบายๆ ประคองทรงไว้เท่านั้น

อีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้อกชิดได้เป็นอย่างดี คือการนวดหน้าอก เนื่องจากการนวดนั้น จะทำให้หน้าอกนิ่มและจัดทรงซิลิโคนได้ง่ายขึ้น โดย “สโณว่า” สามารถนวดให้อกชิดจัดทรงสวยได้ ครายกังวงสำหรับสาวๆ ที่อกห่าง

 

หน้าอกแฝด เต้าติด ไม่มีร่อง

 

*****************************

 

สาเหตุเสริมหน้าอกแล้ว หน้าอกแฝด เต้าติด ไม่มีร่อง

สามารถเกิดได้ไม่ว่าจะเสริมหน้าอกเหนือกล้ามหรือใต้กล้ามเนื้อก็ตาม ซึ่งจะทำให้ร่องตรงกลางอกลอยขึ้นมา สาเหตุเกิดจากคุณหมอเซาะตรงกลางจนเชื่อมกัน หรือเลือกขนาดของซิลิโคนที่ใหญ่จนเกินไป ทำให้ขณะเสริมหน้าอกเกิดการไปทำลายเนื้อเยื่อแกนกลางที่เชื่อมต่อกับกระดูกซี่โครงทำให้ซิลิโคนหน้าอกชิดกันมาก หรือเชื่อมกันไปเลย ทำให้ทรงหน้าอกผิดรูป ซึ่งเห็นได้ตั้งแต่ 1 – 2 เดือนแรก

 

แนวทางการแก้ไขหรือดูแลรักษา

            เลือกคลินิกและทีมแพทย์ที่ใส่ใจ มีการประเมินลักษณะทรวงอกก่อนเสริมอย่างละเอียด และเลือกขนาดซิลิโคนให้เหมาะสม ไม่เน้นใหญ่เกินกว่าที่เนื้อหน้าอกจะรับได้ และใช้เทคนิคในการผ่าตัดที่เหมาะสม

ที่สำคัญเมื่อเสริมหน้าอกแล้ว ไม่พยายามอยากให้นมชิดทั้งที่เนื้อเยื่อตรงกลางเหลือน้อยแล้ว ไม่ใส่ผ้ารัดแน่น ไม่ใส่ปีกนก รวมถึงแรงกระแทกใดๆ ก็ตามที่เป็นการดันให้หน้าอกชิด จนทำให้เนื้อเยื่อประสานเชื่อมกัน

 

หน้าอกไม่เท่ากัน เล็กข้างใหญ่ข้าง

 

*****************************

 

สาเหตุเสริมหน้าอกแล้ว หน้าอกไม่เท่ากัน เล็กข้างใหญ่ข้าง

เกิดจากสรีระของแต่ละบุคคล ต้องบอกก่อนว่าโดยปกติแล้วอวัยวะที่มนุษย์มีเป็นคู่จะไม่เท่ากันร้อยเปอร์เซ็นอยู่แล้ว แต่จะต่างกันมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล เช่นเดียวกันกับหน้าอกของผู้หญิง เต้านมอีกข้างใหญ่กว่าอีกข้าง หรืออาจเกิดจากการให้นมลูก โดยให้ลูกเข้าเต้าข้างที่ถนัดมากกว่าอีกข้างหนึ่ง ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้หน้าอกไม่เท่ากันได้ แถมหย่อนคล้ายอย่างชัดเจน

 

แนวทางการแก้ไขหรือดูแลรักษา

            โดยก่อนการเสริมหน้าอกนั้น แพทย์จะมีการวัดรอบอกและเต้านม พร้อมทั้งแจ้งขนาดให้ทราบว่าหน้าอกเล็กใหญ่ต่างกันเท่าไหร่ ถ้าต่างกันไม่มากก็มักใส่ซิลิโคนที่มีขนาดเท่ากันทั้ง 2 ข้าง แต่ในกรณีที่เต้านม 2 ข้างต่างกันอย่างชัดเจน แพทย์จะแนะนำให้ใส่ซิลิโคน 2 ข้างต่างกัน เช่น ข้างซ้ายใส่ 350 cc. ส่วนข้างขวาใส่ 375 cc เพื่อให้หน้าอกที่เสริมมาแล้วดูเท่ากันนั้นเอง

 

หน้าอกเป็นลอน คลื่น ริ้ว

*****************************

 

สาเหตุเสริมหน้าอกแล้ว หน้าอกเป็นลอน คลื่น ริ้ว

การเกิดลอนริ้ว มองแล้วเห็นเป็นคลื่นที่เต้านม ผิวไม่เรียบ เกิดจากสรีระของคนที่มีเนื้อบริเวณเต้านมบาง หรือผู้ที่มีน้ำหนักตัวน้อยผอมบางและเสริมหน้าอกเหนือกล้ามเนื้อ หรือเสริมหน้าอกขนาดใหญ่เกินไป เกินกว่าเนื้อผิวจะสมดุลกันบวกกับโพรงหน้าอกที่แคบ มีการหดรัดที่โพรงมากขึ้น ส่งผลให้โพรงไปบีบซิลิโคนจนเห็นเป็นคลื่นริ้ว

            แต่อย่างไรก็ตามคลื่นริ้วนั้น อาจไม่ได้เกิดจากความบางของเนื้อและน้ำหนักตัวเพียงอย่างเดียว พังผืดก็มีผลที่ทำให้เต้านมผิดรูปเป็นริ้วคลื่นได้เช่นกัน

 

แนวทางการแก้ไขหรือดูแลรักษา

ผู้ที่มีปัญหาผิวบาง ควรเลือกเสริมหน้าอกใต้กล้ามเนื้อ และเลือกขนาดซิลิโคนที่เหมาะสมไม่ใหญ่จนเกินไป

หรือหากสามารถเพิ่มน้ำหนักตัวได้ก็จะทำให้ไขมันช่วยเติมชั้นผิวริ้วคลื่นจะดูลดลง หรือหากไม่สามารถเพิ่มน้ำหนักได้ ก็สามารถเติมไขมันตนเองเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น

            และที่สำคัญหมั่นนวดโดยผู้เชี่ยวชาญที่ “สโณว่า” เพื่อขยายโพรง ไม่ให้โพรงเกิดการหดรัด หน้าอกขยับได้ไม่เป็นบล็อค เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวเต้านมอีกด้วย

 

จากสาเหตุและแนวทางการแก้ไขปัญหาการเสริมหน้าอกที่ “สโณว่า” นำความรู้มาฝากนั้น จะเห็นได้ว่า

การเสริมหน้าอกที่ดี จึงไม่ใช่แค่การโฟกัสที่ขั้นตอนก่อนการเสริมหน้าอก การเลือกซิลิโคน เลือกหมอ เลือกคลินิก

เท่านั้น แต่ยังต้องใส่ใจขั้นตอนการดูแลตนเองทั้งระหว่างและหลังเสริมหน้าอกด้วย

และเมื่อเสริมหน้าอกมาแล้ว ควรมั่นนวดหรือตรวจเช็คโดยผู้เชี่ยวชาญเป็นประจำที่ “สโณว่า”

*****************************

รวมถึงบำรุงด้วย SANOWA SPECIALTY BREAST CREAM

ครีม “สโณว่า” ผลิตภัณฑ์ดูแลหน้าอกศัลยกรรม

 

จบทุกปัญหาหลังศัลยกรรมทรวงอก ด้วยอนุภาพพลังแห่ง โปรตีนเส้นใยแมงมุม

และสารสกัดธรรมชาติ นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ฝรั่งเศสและเยอรมนีที่มาพร้อมคุณสมบัติเฉพาะ

ช่วยชะลอการเกิดพังผืด, คลายกล้ามเนื้อทรวงอก, ลดรอยแผลเป็น, ป้องกันผิวแตกลาย, ยกกระชับผิวเต้านม

ทาได้ทั้งก่อนและหลังศัลยกรรมเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คุณสัมผัสถึงทรวงอกสวยเป็นธรรมชาติ

จากการศัลยกรรมได้อย่างมหัศจรรย์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กัวซาหน้ายกกระชับ หยกล้างสารพิษ

ศาสตร์พันปีที่ต้องลอง??

 

*****************************

 

ทุกคนคงเคยได้ยินหรือรู้จักศาสตร์กัวซากันมาบ้างแล้ว

กัวซาที่ทุกคนรู้จักมักเป็นการครอบแก้วที่แผ่นหลัง หรือขูดหยกที่ คอ บ่า ไหล่

แต่วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักการทำกัวซาใบหน้า เพื่อความงามกัน

 

“กัวซา ศาสตร์พันปี ปรับสมดุล กระตุ้นหน้าใส”

 

“กัวซา” ศาสตร์การแพทย์แผนจีนที่ใช้หยกแท้ ในการเขี่ยเส้นบนใบหน้า ชีพจรลมปราณ

ขูดล้างสารพิษใบหน้า ปรับสมดุล กระตุ้นการไหลเวียนเลือด ลดริ้วรอยร่องลึก

ยกกระชับกล้ามเนื้อ เพิ่มเม็ดเลือดฝาด ไปจนถึง ปรับรูปหน้า ทำให้มีผิวกระจ่างใส ดูอ่อนเยาว์

 

กัวซา เป็นภาษาจีน “กัว แปลว่า ขูด” และ “ซา แปลว่า อาการของพิษหรือโรค”

ซึ่งปรากฏบนผิวหนังเป็นรอยผื่นหรือจ้ำแดงๆ คล้ายเม็ดทราย ถ้ามีอาการมากจะปรากฏเป็นผื่นจ้ำสีม่วงช้ำ เพราะฉะนั้นการกัวซา จึงหมายถึงการขูดเพื่อขับพิษออกมาทางผิวหนัง เป็นการเช็คสุภาพได้

ถ้า ซา ขึ้นตรงไหนแสดงว่านั้นคืออาการของพิษหรือโรค ควรรีบได้รับการรักษา

และการกัวซาสามารถใช้รักษาโรคได้ โดยการนำแผ่นกัวซามาขูดนวดตามร่างกายตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

จะช่วยกระตุ้นให้เลือดหมุนเวียนได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นการกระตุ้นระบบเมตาบอลิซึ่มของร่ายกาย

 

ปัจจัยที่ทำให้ผิวหน้าหย่อนคล้อย

หน้าหย่อนคล้อยสามารถสังเกตได้จากความยืดหยุ่นของผิว

ผิวเต่งตึงน้อยลงกว่าเดิมผิวหนังเริ่มตกลงตามแรงโน้มถ่วง มีรอยพับร่องแก้ม ร่องน้ำหมากขึ้นชัดขึ้น

เปลือกตาตกลง แสดงถึงผิวหน้ากำลังหย่อนคล้อยซึ่งเกิดจากหลายๆ ปัจจัย

 

*****************************

 

อายุ

เมื่ออายุมากขึ้นคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวที่ช่วยเรื่องความกระชับและยืดหยุ่นจะเริ่มผลิตได้น้อยลง โครงสร้างใบหน้าอ่อนแอลงทำให้ผิวหย่อนคล้อย หรือริ้วรอย ทำให้ปัญหาผิวต่างๆ ตามมา

 

กรรมพันธุ์

บางคนอาจจะมีผิวที่ยืดหยุ่นน้อยกว่าปกติและโครงสร้างใบหน้าไม่แข็งแรงอ่อนแอ เนื่องจากกรรมพันธุ์ที่ได้รับมาทำให้ใบหน้ามีโอกาสหย่อนคล้อยได้ไวและมากกว่าคนอื่น

 

แรงโน้มถ่วง

บนโลกนั้นมีแรงโน้มถ่วงอยู่ซึ่งทำให้ผิวของเราจะค่อยๆ ถูกดึง ถูกยืดลงไปตามแรงโน้มถ่วงของโลก และสาเหตุนี้มักเกิดได้ไวกับคนที่มีผิวที่บางไม่แข็งแรง

 

แสงแดด

แสง UV เป็นมลภาวะต่อผิวหนัง เมื่อโดนแสงแดดสะสมเป็นเวลานาน UV จะทำร้ายผิว ทำให้เกิดการสูญเสียคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิวได้มากกว่าปกติ ตามมาด้วยปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย

 

ไขมัน

ชั้นไขมันในผิวหนังลดน้อยลงมากจนทำให้ผิวหน้าหย่อนคล้อย ผิวเกิดการยุบตัว ไม่กระชับเหมือนเดิมทำให้ใบหน้าหย่อนคล้อย

 

พฤติกรรมการใช้ชีวิต

พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่กระทบกับสุขภาพ เช่น การดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ หรือการรับประทานอาหารแปรรูปเป็นประจำ สามารถทำให้ผิวเสื่อมสภาพได้เร็วขึ้น เพราะมีสารอนุมูลอิสระที่ทำร้ายผิว

 

ความเครียด

ภาวะเครียดกระทบกับผิวได้โดยตรง ในระหว่างที่เกิดความเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลที่เพิ่มการเกิดอนุมูลอิสระขึ้น เกิดการสลายตัวของคอลลาเจนและอิลาสติน ผิวจึงถูกทำร้าย ส่งผลให้เกิดความหย่อนคล้อยบนใบหน้าตามมา

 

การพักผ่อน

ระหว่างที่นอนหลับร่างกายจะหลั่งโกรทฮอร์โมน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยซ่อมแซมการสึกหรอของเซลล์ผิว รวมทั้งสร้างคอลลาเจนระหว่างนั้น เมื่อพักผ่อนน้อยจึงกระทบกับการหลั่งโกรทฮอร์โมน ทำให้ผิวสูญเสียความแข็งแรง

 

การออกกำลังกาย

การออกกำลังกายอย่างหักโหมจนเกิดการลดสัดส่วนลงในเวลาอันสั้น ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของใบหน้าได้ เนื่องจากมีการลดไขมันที่เร็วเกินไป ผิวหนังขาดความยืดหยุ่นจึงเกิดเป็นผิวเหี่ยว

 

สภาพผิว

โครงสร้างผิวหน้ามีน้ำเป็นองค์ประกอบ ผิวหน้าที่เต่งตึงต้องมีน้ำหล่อเลี้ยงมากพอ หากดื่มน้ำน้อยเกินไป อยู่ในสภาพอากาศแห้ง หนาวจัดนานๆ หรือไม่ใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ ก็จะทำให้ผิวหน้าแห้ง ขาดความชุ่มชื้น

 

การแก้ปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อยด้วยการกัวซา

 

ปัจจุบันมีการปรับประยุกต์ใช้กัวซา ที่ตอบโจทย์หลากหลายมากยิ่งขึ้น ใช้ได้กับร่างกาย

เช่น บริเวณใบหน้า, แผ่นหลัง, แขน, ขา, คอ เป็นต้น

ซึ่งนอกจากการใช้บำบัดรักษาสุขภาพ ขูดขับสารพิษออกจากร่างกายแล้ว

กัวซายังได้รับการพิสูจน์จากงานวิจัยทางการแพทย์แผนปัจจุบันหลายฉบับแล้วว่า

สามารถช่วยเสริมความงามให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์ได้ด้วย

 

*****************************

 

ขั้นตอนการกัวซา

1.  ล้างหน้าให้สะอาด เพื่อเปิดรูขุมขน

2.  ใช้น้ำมันบำรุงผิวหน้า หรือน้ำมันมะพร้าว นวดเบาๆ ทั่วผิวหน้า เพื่อลดแรงเสียดสีระหว่างการนวด

3.  ใช้หยกกัวซาขูดจากบริเวณไหปลาร้า ใช้กัวซาด้านกว้างกดแรงปานกลาง และถูไปจนถึงแนวกราม

4.  เริ่มจากกึ่งกลางคาง ใช้ด้านโค้งของกัวซาขูดเบาๆ ไปตามแนวกรามจนถึงหลังใบหู

5.  วางกัวซาที่หน้าแก้ม ใช้ด้านขอบมน เรียบ และกว้าง ค่อยๆ ลากขึ้นเหนือโหนกแก้ม และสิ้นสุดตรงหู

6.  วางกัวซาที่มุมใต้ตา ค่อยๆ เลื่อนกัวซาจากบริเวณใต้ตาไปสิ้นสุดที่ไรผม

7.  วางกัวซาบริเวณกลางคิ้ว แล้วปัดไปอีกทางจนสิ้นสุดที่ไรผม

8.  บริเวณหน้าผาก ให้เริ่มจากด้านบนของคิ้ว ลากขอบกัวซาขึ้นไปจนถึงบริเวณไรผม

 

 

ประโยชน์ของการทำกัวซา

 

หินกัวซาหน้ามีประโยชน์อะไรบ้างกับใบหน้าของเรา จุดเด่นของการนวดใบหน้าด้วยหินกัวซา

เป็นการกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลือง อันเป็นต้นตอของผลข้างเคียงอื่นๆ

ที่ทำให้ใบหน้าของเราดูกระชับขึ้นมา สดใสเปล่งปลั่ง หน้าเรียวหรือช่วยลดริ้วรอยก่อนวัย

ลดถุงใต้ตา ริ้วรอยร่องแก้ม ไปจนถึงปรับเปลี่ยนรูปหน้าให้ดีขึ้น

 

1.  การนวดหน้าด้วยหินกัวซาหน้าสามารถทำได้ด้วยตัวเอง และทำได้ทุกวัน

2.  ไล่สารพิษ ช่วยลดริ้วรอย ยกกระชับใบหน้า

3.  กระตุ้นระบบไหลเวียนเลือดและการผลิตคอลลาเจน ทำให้ผิวเปล่งปลั่ง

4.  บรรเทาอาการปวด ลดการอักเสบของกล้ามเนื้อได้ชั่วคราว

5.  ผลข้างเคียงน้อย หากทำถูกวิธี

 

*****************************

 

กัวซาศาสตร์พันปีที่มีที่ สโณว่า

พร้อมช่วยให้ผิวหน้าคุณยกกระชับ สวยขึ้น อย่างถูกวิธี

ด้วยขั้นตอนเฉพาะของทางร้าน ที่คุณได้ลองแล้วจะหลงรัก

 

 

 

 

 

“เครียดสะสม ผมร่วง นอนไม่หลับ”

นวดศีรษะอายุรเวทอินเดียช่วยได้

 

*****************************

 

ต้องบอกเลยว่า ทุกวันนี้สภาพแวดล้อม อากาศ มลภาวะต่างๆ กระตุ้นความเครียดให้กับเรามากขึ้น

ความเครียดสะสมย้อมส่งผลต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นความอ่อนเพรียนอนไม่หลับ หลับไม่สนิท

บางคนผิวเหียวย่น หน้าตาหมองคล้ำ ผมร่วงเป็นกระจุก

 

ความเครียดคืออะไร

ความเครียดก็คือ การหดตัวของกล้ามเนื้อส่วนใดส่วนหนึ่งหรือหลายส่วนของร่างกาย

ซึ่งทุกคนจำเป็นต้องมีอยู่เสมอในการดำรงชีวิต เช่น การทรงตัว เคลื่อนไหวทั่วๆไป

มีการศึกษาพบว่าทุกครั้งที่เราคิดหรือมีอารมณ์บางอย่างเกิดขึ้นจะต้องมีการหดตัว

เคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อแห่งใดแห่งหนึ่ง ในร่างกายเกิดขึ้นควบคู่เสมอ

 

ผลของความเครียดต่อชีวิต

ผลต่อสุขภาพทางกาย

อาการไม่สบายทางกายต่างๆเช่น ปวดหัว ปวดเมื่อยตามส่วนต่างๆของร่างกาย ความผิดปกติของหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคกระเพาะ อาการท้องผูกท้องเสียบ่อยๆ นอนไม่หลับ หอบหืด เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ฯลฯ

 

ผลต่อสุขภาพจิตใจ

ความวิตกกังวล ซึมเศร้า กลัวอย่างไรเหตุผล อารมณ์ไม่มั่นคง เปลี่ยนแปลงง่าย หรือโรคประสาทบางอย่าง

 

ดังนั้นเราจึงมีศาสตร์ความผ่อนคลายมาแนะนำ ที่จะช่วยให้คุณหายจากความเครียด

นอนหลับสบายและบำรุงเส้นผมอีกด้วย

 

นั้นก็คือ “การนวดศีรษะอายุรเวทอินเดีย” ศาสตร์ที่ทรงพลัง

 

ศาสตร์แห่งธรรมชาติ ที่ช่วยบำบัดอาการไมเกรน ตาพร่า ออฟฟิศซินโดรม คลายปมเส้นประสาท

กระตุ้นการหมุนเวียนโลหิตหนังศีรษะ ลดอาการเส้นผมหลุดร่วง เพิ่มออกซิเจนให้เนื้อเยื่อ

ลดความตึงเครียด ผ่อนคลายศีรษะ สร้างสมาธิและประสิทธิภาพให้สมอง

 

*****************************

 

การนวด นับเป็นหนึ่งในศาสตร์การรักษาที่เกิดขึ้นมานานนับพันปี ช่วยให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย

คลายปวดเมื่อย หรือช่วยบำบัดอาการบางอย่างได้ โดยศาสตร์การนวดนั้นมีหลากหลายแขนง

หนึ่งในศาสตร์การนวดที่เก่าแก่คือ การนวดศีรษะอายุรเวทแบบอินเดีย

 

การนวดศีรษะอายุรเวทอินเดีย เป็นวัฒนธรรมโบราณของสตรีชาวภารต ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่สตรีชาวอินเดียที่

ต้องการผ่อนคลายร่างกาย รวมทั้งบำรุงเส้นผมให้มีสุขภาพดี เงางาม และมีกลิ่นหอม

โดยเน้นการนวดบริเวณศีรษะ ต้นคอ บ่า ไหล่ สะบัก และหน้าผาก

 

หัวใจสำคัญที่ทำให้การนวดศีรษะแบบอินเดียแตกต่างจากการนวดแขนงอื่นๆ

คือ จะมีการใช้น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ อุ่นให้มีอุณหภูมิพอเหมาะ เทลงบริเวณหนังศีรษะขณะทำการนวด

ความอุ่นจากน้ำมันมะพร้าวจะช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว ทำให้รู้สึกผ่อนคลายยิ่งขึ้น

และคุณสมบัติของน้ำมันมะพร้าวก็มีส่วนช่วยบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะให้มีสุขภาพดี

ชุ่มชื้น ดกดำ เป็นเงางามอีกด้วย

 

การนวดบำบัดแบบอายุรเวทอินเดียเป็นที่รู้จักและนิยมไปทั่วโลก

เป็นการนวดที่จะทำให้คุณคลายความเมื่อยล้าและความเครียดจากการทำงาน

ด้วยการใช้น้ำมันมะพร้าว ชโลมลงบนหนังศีรษะ พร้อมนวดกระตุ้นแบบกดจุดด้วยเทคนิคเฉพาะแบบอินเดีย

ตั้งแต่ ศีรษะ ต้นคอ บ่า และไหล่ น้ำมันมะพร้าวที่ซึมซาบเข้าไปในหนังศีรษะจะช่วยให้กล้ามเนื้อศีรษะผ่อนคลาย

บรรเทาการปวดหัวและปวดไมเกรน รวมถึงอาการปวดกระบอกตาที่อ่อนล้าจากการทำงาน

เพิ่มการไหลเวียนโลหิต และเติมออกซิเจนให้กับสมอง ช่วยบรรเทาความตึงเครียด

และสร้างความผ่อนคลายให้กับร่างกาย สร้างสมาธิและประสิทธิภาพในการทำงานมากยิ่งขึ้น

เหมาะสำหรับพนักงานออฟฟิศที่จำเป็นต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ติดต่อกันเป็นเวลานานๆ

จนมีอาการปวดเมื่อยบริเวณคอ บ่า ไหล่ สะบัก หรือกระบอกตา

และผู้ที่มีความเครียดสะสม นอนไม่หลับ หรือมีปัญหาปวดหัวไมเกรน

ก็สามารถเข้ารับการนวดศีรษะแบบอินเดียเพื่อบรรเทาอาการได้

 

*****************************

 

ข้อดีของการนวดศีรษะอายุรเวทอินเดีย

-  ช่วยคลายกล้ามเนื้อ กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตบริเวณหนังศีรษะ และลำคอ

-  คลายอาการปวดเมื่อย ปวดเบ้าตาหรือปวดกระบอกตา

-  สร้างสมาธิ และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานมากยิ่งขึ้น

-  เพิ่มการลำเลียงของออกซิเจน และสารอาหารต่างๆ ให้กับเนื้อเยื่อ

-  ทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย บรรเทาความตึงเครียด และนอนหลับง่ายยิ่งขึ้น

 

ข้อควรระวังในการนวดศีรษะแบบอินเดีย

ข้อควรระวังของการนวดศีรษะแบบอินเดียคือ ควรนวดศีรษะโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

เพราะบริเวณต้นคอเป็นจุดที่เส้นเลือดซึ่งนำเลือดไปหล่อเลี้ยงสมองวางตัวอยู่

หากมีการขยับคอ หมุนคอ เอียงคอ สะบัดคอแรงๆ หรือมีการกด นวด บีบ เค้น

อาจทำให้เส้นเลือดฉีกขาดหรือบาดเจ็บ ส่งผลให้เลือดไปหล่อเลี้ยงสมองได้ลดลง

จนอาจเกิดภาวะสมองขาดเลือด กลายเป็นอัมพาตได้

 

*****************************

 

สโณว่า เรามีผู้เชี่ยวชาญในการนวดศรีษะอายุระเวทอินเดีย

ที่จะช่วยดูแลให้คุณสามารถผ่อนคลาย หลีกหนีความเมื้อยล้าจากโลกภายนอก

พร้อมสระและนวดผมด้วยแชมพูออแกนิก ให้คุณรู้สึกเบาสบายชาร์จพลังได้อย่างเติมที่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นวดออฟฟิศซินโดรม ช่วยคุณได้

“ผ่อนคลายโรคของความเคยชิน”

 

*****************************

 

การเสริมหน้าอกศัลยกรรมปัจจุบันนี้เป็นที่นิยมกันมาก มีความปลอดภัย และทันสมัยกว่าเมื่อก่อน

มีซิลิโคนให้เลือกหลากหลายแบรนด์ มีผิวสัมผัสที่เป็นธรรมชาติ คุณหมอมืออาชีพให้คำปรึกษา

แต่เหนือสิ่งอื่นใด การดูแลตนเองหลังเสริมหน้าอกมานั้น นับเป็นเรื่องที่จำเป็นและสำคัญที่สุด

 

หลายคนเกิดข้อสงสัยและมักตั้งคำถามว่า ทำนมทำไมต้องนวด ไม่นวดก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลย

ต้องบอกว่าคุณโชคดีมาก หากทำมาแล้วสวยสมใจ ปกติดีไม่มีปัญหา

 

สิ่งที่อันตรายกว่าคือการที่ คุณไม่รู้ตัว คิดว่านมไม่มีปัญหา ทั้งที่มีปัญหา

 

แล้วปัญหานั้นเกิดจากอะไร และมีปัญหาใดบ้างที่สาวๆ หลายคนพบเจอ วันนี้ สโณว่ามีคำตอบมาให้หายสงสัยกันค่ะ

 

*****************************

 

อันดับแรกมาทำความรู้จัก พังผืดกันก่อน

 

พังผืดคือความมหัศจรรย์ของร่างกายหรือกลุ่มเนื้อเยื่อชนิดหนึ่งที่ร่างกายสร้างขึ้นมา

เพื่อซ่อมแซมอาการบาดเจ็บในกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น

และห่อหุ้มสิ่งแปลกปลอมให้แยกจากเนื้อเยื่อของร่างกายโดยการใช้พังผืดหดรัด

ทำให้สิ่งแปลกปลอมนั้นลดขนาดลงให้เล็กที่สุด ซึ่งถุงซิลิโคนที่ใช้เสริมหน้าอกนั้น

ถือเป็นสิ่งแปลกปลอมอย่างหนึ่งของร่างกาย

หลังจากการเสริมหน้าอกแล้วพังผืดจะเริ่มเกิดการรัดตัว เพื่อต่อต้านซิลิโคน และเมื่อพังผืดรัดตัว

หน้าอกจะเริ่มแข็ง ตึง แน่นจนขยับไม่ได้ และผิดรูปบิดเบี้ยว บางท่านมีอาการเจ็บปวด รอบเต้าเวลาใส่เสื้อชั้นใน

นี่คือปัญหาที่น่ากลัวหลังการเสริมหน้าอก และนำมาสู่การผ่าตัดซ้ำในที่สุด

 

การป้องกันพังผืดควรใส่ใจทุกขั้นตอน

-  ก่อนเสริมหน้าอก         ศึกษาหาข้อมูล เลือกซิลิโคน ตำแหน่งการผ่าตัด ขนาดซีซี

และคลินิกทีมแพทย์ที่น่าเชื่อถือ เข้าปรึกษาคุณหมอหรือผู้เชี่ยวชาญโดยตรง

-  ระหว่างเสริมหน้าอก     เตรียมสภาพร่างกาย ตรวจสุขภาพและโรคประจำตัว พักผ่อนให้เพียงพอ

ตรวจเช็คความพร้อมก่อนเข้าห้องผ่าตัดกับคุณหมอเพื่อความมั่นใจอีกครั้ง

-  หลังเสริมหน้าอก          พักผ่อนตามแพทย์สั่ง นวดหน้าอกโดยผู้เชี่ยวชาญ

ตรวจเช็คเต้านมด้วยเครื่องดิจิตอลแมมโมแกรม

 

การแก้ไขพังผืด

หลังการผ่าตัดเสริมหน้าอก พังผืดจะเริ่มก่อตัว การนวดจะช่วยชะลอการเกิดพังผืดหรือทำให้พังผืดที่เกิดขึ้นบางลง

และยังเป็นการขยับเต้านมให้เกิดการเคลื่อนไหว พังผืดไม่รัดตัว

ซึ่งการนวดจะทำให้หน้าอกเข้ารูปและนิ่มเป็นธรรมชาติได้เร็วขึ้น

โดยการนวดนั้น ควรนวดเป็นประจำ เนื่องจากผังผืดก่อตัวได้ตลอดเวลา เพราะพังผืดมีโครงสร้างที่เหมือนกับวุ้น

หากใช้พลังงานหรือการนวดสามารถจัดแนวการวางทรงหรือจัดให้อยู่ในรูปทรงที่ต้องการได้

การนวดคลึงทำให้พังผืดที่แข็งหนากลับมีความยืดหยุ่นขึ้น กล้ามเนื้อสามารถยืดตัวออกได้และกลับเข้าสู่สภาพปกติ

ทำให้ร่างกายมีความสมดุล เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ

 

ทำไมต้องนวดหน้าอกศัลยกรรมโดยผู้เชี่ยวชาญ

 

*****************************

 

การนวดโดยผู้เชี่ยวชาญนับเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เนื่องจากแต่ละคนมีข้อจำกัดที่แตกต่างกัน

เช่น การวางซิลิโคนเหนือกล้ามเนื้อกับใต้กล้ามเนื้อ วิธีการนวดก็จะแตกต่างกัน เนื่องจากการวางเหนือกล้ามเนื้อ

ซิลิโคนจะสามารถพลิกตัวได้ง่ายกว่า ซึ่งควรระวังในเรื่องของการนวดผิดท่าทาง ซึ่งส่งผลทำให้หน้าอกผิดรูปได้

 

ดังนั้นไม่ง่ายเลยที่เราจะสามารถดูแลได้ด้วยตนเอง อีกทั้งนวดหน้าอกเป็นประจำ นอกจากจะทำให้หน้าอกสวย แล้ว

ยังเป็นวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการเป็นมะเร็งเต้านมได้ด้วย เนื่องจากการนวดจะช่วยกระตุ้นไหลเวียนเลือด

การให้แรงบีบกดที่หน้าอก ช่วยให้เซลล์ที่เจริญผิดรูป

ซึ่งจะพัฒนากลายเป็นเซลล์มะเร็ง กลับมาเป็นเซลล์ที่เจริญตามปกติ

และไม่อันตรายได้ นอกจากจะทำให้หน้าอกสวย กระชับ ได้รูป และไม่หย่อนคล้อยแล้ว

ยังช่วยให้ต่อมน้ำเหลืองทำงานในการขจัดของเสียได้เต็มที่ จึงทำให้ปลอดภัยจากการเป็นมะเร็งเต้านมได้อีกทาง

 

นอกจากนี้ การนวดหน้าอกโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เป็นประจำสม่ำเสมอ ยังช่วยให้เราทราบถึงความเปลี่ยนแปลง

และอาการที่เปลี่ยนไปของการเสริมหน้าอก ในกรณีที่เจอสิ่งผิดปกติ

ก็จะสามารถตรวจเจอได้รวดเร็ว และแก้ไขได้ก่อนที่จะสายเกินไป

 

*****************************

 

ประโยชน์ของการนวดหน้าอกศัลยกรรมโดยผู้เชี่ยวชาญ

 

1.  ชะลอการเกิดผังผืด

2.  นวดถูกวิธีหน้าอกสวยงามกระชับฟูมากยิ่งขึ้น

3.  นวดลึกถึงซิลิโคน ให้นิ่มเป็นธรรมชาติ

4.  ช่วยจัดทรงให้เข้าที่สำหรับคนที่มีปัญหาหลังเสริมหน้าอก (นมเบี้ยว นมแฝดฯ)

5.  ยืดอายุการคงอยู่ของซิลิโคนให้ยาวนานขึ้น

6.  ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับถุงเต้านม เพื่อการขยับตัวของซิลิโคน

7.  ช่วยกระตุ้นปลายประสาท แก้ปัญหาหัวนมชาไร้ความรู้สึก

8.  การนวดช่วยให้แผลเป็นที่แข็งนุ่มลง

9.  ช่วยยืดเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อที่บาดเจ็บหลังผ่าตัด

10.  ตรวจเช็คความผิดปกติของการเสริมหน้าอกได้ทันท่วงที

 

ระยะเวลาในการนวดหน้าอกศัลยกรรม

 

ระยะ หลังตัดไหม 1 เดือน          นวดสัปดาห์ละ 3 ครั้ง       ครั้งละ 1 ชั่วโมง

ระยะ 1 เดือน 3 เดือน               นวดสัปดาห์ละ 2 ครั้ง       ครั้งละ 1 ชั่วโมง

ระยะ 3 เดือน 6 เดือน               นวดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง       ครั้งละ 1 ชั่วโมง

ระยะ 6 เดือน 1 ปี                    นวดเดือนละ 2 ครั้ง          ครั้งละ 1 ชั่วโมง

ระยะ 1 ปี ขึ้นไป                          นวดเดือนละ 1 ครั้ง          ครั้งละ 1 ชั่วโมง

 

ถ้าไม่มีเวลาก็สามารถดูแลตัวเองได้ง่ายๆ

ด้วยผลิตภัณฑ์บํารุงทรวงอกศัลยกรรม เอกสิทธิ์ 1 เดียว ของ สโณว่า

 

*****************************

 

ที่อุดมไปด้วยสารสกัดกว่า 9 ชนิด นำเข้าจากญี่ปุ่น ฝรั่งเศส และเยอรมันนี

มาพร้อมคุณสมบัติ 5 ประการ ที่ตอบโจทย์และจบทุกปัญหาหน้าอกศัลยกรรม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จิตตก!! เสริมหน้าอกมาแล้ว ไม่สวยอย่างที่คิด

มีแต่ปัญหา นมแข็ง ตึง เบี้ยว เป็นบล็อก ทำไงดี??

 

*****************************

 

“เครียดมาก กังวลใจ จิตตก” คงเป็นความรู้สึกของสาวๆ หลายๆ คน ที่เสริมหน้าอกมาแล้ว ไม่สวย ไม่ดี อย่างที่คิด แน่นอนว่าทุกการศัลยกรรมมีความเสี่ยง ที่ผลลัพธ์อาจไม่ออกมาตามที่เราต้องการ

แต่ก็คงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นกับตัวเอง เพราะเรามั่นใจว่าเราได้เลือกทุกขั้นตอน และเตรียมตัวมาอย่างดีที่สุดแล้ว

แต่ก็ไม่วายที่หลายๆ คน ยังคงต้องเจอกับปัญหา ที่ทำให้ต้องปวดใจ

 

“เสียความมั่นใจ แต่ไม่อยากแก้ใหม่ เจ็บตัว เสียเงิน เสียเวลา ทำไงดี”

 

เอาเป็นว่าเรามาเรียนรู้ปัญหาและศึกษาแนวทางการแก้ไขไปพร้อมๆ กัน

เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับปัญหาที่เราต้องเจอ

 

ปัญหาหลังเสริมหน้าอกที่มักพบเจอ

 

หน้าอกแข็ง ตึง เป็นก้อน บล็อก

 

*****************************

 

สาเหตุเสริมหน้าอกแล้ว หน้าอกแข็ง ตึง เป็นก้อน บล็อก

 

ภาวะหน้าอกแข็ง ตึง เป็นก้อน หรือเป็นบล็อก ไม่ขยับ ส่วนมากมักเกิดจากพังผืดรัดตัว ซึ่งพังผืดคือเนื้อเยื่อที่สร้างขึ้นมาหุ้มซิลิโคน ในบางคนอาจเกิดการหดตัว ทำให้บีบรัดซิลิโคนจนรู้สึกว่าหน้าอกเป็นก้อนและอาจบีบรัดมากจนเสียรูปทรง หรืออาจรุนแรงไปจนถึงขั้นรั่วได้

ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดพังผืดนั้นมีหลายปัจจัยดังนี้

-  เทคนิคการผ่าตัดของแพทย์

-  การบาดเจ็บของเนื้อเยื่อขณะผ่าตัด

-  อาการเลือดคั่งหลังผ่าตัด

-  การติดเชื้อแบคทีเรียจากวัสดุอุปกรณ์ผ่าตัดที่ไม่สะอาด

-  โครงสร้างร่างกายของแต่ละบุคคล

 

แนวทางการแก้ไขหรือดูแลรักษา

            เราจึงควรเลือกและดูแลใส่ใจในทุกกระบวนการ ทั้ง ก่อน ระหว่าง และหลังเสริมหน้าอกให้ดี เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นให้น้อยที่สุด

            แต่ในกรณีที่เกิดอาการเหล่านี้ขึ้นแล้ว ควรรีบเข้าพบแพทย์ หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ “สโณว่า” ได้ทุกสาขา เพื่อตรวจเช็คและแนะนำวิธีการแก้ไข “อย่ารอให้อาการรุนแรง เรื้อรัง จนต้องเจ็บตัว ผ่าตัดแก้ใหม่”

 

หน้าอกห่าง ไหลข้าง เห็นซี่โครง

 

*****************************

สาเหตุเสริมหน้าอกแล้ว หน้าอกห่าง ไหลข้าง เห็นซี่โครง

 

หลังเสริมหน้าอกมาแล้วอกห่าง ไม่ชิดฟูเหมือนคนอื่น นอนทีไหลออกไปด้านข้าง กระดูกซี่โครงขึ้นชัดเจน แบ่งได้เป็นหลายปัจจัย

-  โครงสร้างของแต่ละบุคคลที่แตกต่างกัน บางคนมีหน้าอกที่ห่างอยู่แล้ว การเสริมจำเป็นต้องวางซิลิโคนในตำแหน่งกลางเต้าเป็นหลัก เมื่อโครงสร้างหน้าอกห่าง จึงทำให้ซิลิโคนห่างออกไปเช่นกัน

-  เดิมเนื้อหน้าอกน้อย จึงทำให้เวลาเสริมหน้าอกเห็นซี่โครงชัดเจนแทนที่จะเห็นเนื้อกลางหน้าอก

-  เสริมหน้าอกเล็กกว่าโครงสร้างสัดส่วนของตนเอง โดยคนที่ไหล่กว้าง ไม่ควรเสริมหน้าอกที่เล็กจนเกินไป เพราะจะทำให้เมื่อเสริมมาแล้วหน้าอกดูห่าง

-  ตอนผ่าตัดทางแพทย์เลาะโพรงห่างจนเกินไป ทำให้เมื่อใส่ซิลิโคนไปแล้วหน้าอกดูไหลออกข้าง ร่องอกห่างกว้าง

-  การขึ้นลงของน้ำหนักตัว ยิ่งมีการลดน้ำหนักมากๆ ทำให้เนื้อหน้าอกหดหาย ร่องอกห่างชัดขึ้น

 

แนวทางการแก้ไขหรือดูแลรักษา

การดูแลหลังเสริมหน้าอก ให้ทรงไม่ห่างออกไปนั้น ควรเลือกแพทย์และคลินิกที่น่าเชื่อถือ และเมื่อเสริมหน้าอกมาแล้ว แนะนำให้ใส่ซัพพอร์ตบรารัดเต้าเข้าหากัน ประคองไว้ทันที่หลังเสริม แต่ไม่รัดแน่นจนเกินไป เพราะการรัดแน่นเกินไปจะทำให้อักเสบได้ ควรใส่สบายๆ ประคองทรงไว้เท่านั้น

อีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้อกชิดได้เป็นอย่างดี คือการนวดหน้าอก เนื่องจากการนวดนั้น จะทำให้หน้าอกนิ่มและจัดทรงซิลิโคนได้ง่ายขึ้น โดย “สโณว่า” สามารถนวดให้อกชิดจัดทรงสวยได้ ครายกังวงสำหรับสาวๆ ที่อกห่าง

 

หน้าอกแฝด เต้าติด ไม่มีร่อง

 

*****************************

 

สาเหตุเสริมหน้าอกแล้ว หน้าอกแฝด เต้าติด ไม่มีร่อง

สามารถเกิดได้ไม่ว่าจะเสริมหน้าอกเหนือกล้ามหรือใต้กล้ามเนื้อก็ตาม ซึ่งจะทำให้ร่องตรงกลางอกลอยขึ้นมา สาเหตุเกิดจากคุณหมอเซาะตรงกลางจนเชื่อมกัน หรือเลือกขนาดของซิลิโคนที่ใหญ่จนเกินไป ทำให้ขณะเสริมหน้าอกเกิดการไปทำลายเนื้อเยื่อแกนกลางที่เชื่อมต่อกับกระดูกซี่โครงทำให้ซิลิโคนหน้าอกชิดกันมาก หรือเชื่อมกันไปเลย ทำให้ทรงหน้าอกผิดรูป ซึ่งเห็นได้ตั้งแต่ 1 – 2 เดือนแรก

 

แนวทางการแก้ไขหรือดูแลรักษา

            เลือกคลินิกและทีมแพทย์ที่ใส่ใจ มีการประเมินลักษณะทรวงอกก่อนเสริมอย่างละเอียด และเลือกขนาดซิลิโคนให้เหมาะสม ไม่เน้นใหญ่เกินกว่าที่เนื้อหน้าอกจะรับได้ และใช้เทคนิคในการผ่าตัดที่เหมาะสม

ที่สำคัญเมื่อเสริมหน้าอกแล้ว ไม่พยายามอยากให้นมชิดทั้งที่เนื้อเยื่อตรงกลางเหลือน้อยแล้ว ไม่ใส่ผ้ารัดแน่น ไม่ใส่ปีกนก รวมถึงแรงกระแทกใดๆ ก็ตามที่เป็นการดันให้หน้าอกชิด จนทำให้เนื้อเยื่อประสานเชื่อมกัน

 

หน้าอกไม่เท่ากัน เล็กข้างใหญ่ข้าง

 

*****************************

 

สาเหตุเสริมหน้าอกแล้ว หน้าอกไม่เท่ากัน เล็กข้างใหญ่ข้าง

เกิดจากสรีระของแต่ละบุคคล ต้องบอกก่อนว่าโดยปกติแล้วอวัยวะที่มนุษย์มีเป็นคู่จะไม่เท่ากันร้อยเปอร์เซ็นอยู่แล้ว แต่จะต่างกันมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล เช่นเดียวกันกับหน้าอกของผู้หญิง เต้านมอีกข้างใหญ่กว่าอีกข้าง หรืออาจเกิดจากการให้นมลูก โดยให้ลูกเข้าเต้าข้างที่ถนัดมากกว่าอีกข้างหนึ่ง ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้หน้าอกไม่เท่ากันได้ แถมหย่อนคล้ายอย่างชัดเจน

 

แนวทางการแก้ไขหรือดูแลรักษา

            โดยก่อนการเสริมหน้าอกนั้น แพทย์จะมีการวัดรอบอกและเต้านม พร้อมทั้งแจ้งขนาดให้ทราบว่าหน้าอกเล็กใหญ่ต่างกันเท่าไหร่ ถ้าต่างกันไม่มากก็มักใส่ซิลิโคนที่มีขนาดเท่ากันทั้ง 2 ข้าง แต่ในกรณีที่เต้านม 2 ข้างต่างกันอย่างชัดเจน แพทย์จะแนะนำให้ใส่ซิลิโคน 2 ข้างต่างกัน เช่น ข้างซ้ายใส่ 350 cc. ส่วนข้างขวาใส่ 375 cc เพื่อให้หน้าอกที่เสริมมาแล้วดูเท่ากันนั้นเอง

 

หน้าอกเป็นลอน คลื่น ริ้ว

*****************************

 

สาเหตุเสริมหน้าอกแล้ว หน้าอกเป็นลอน คลื่น ริ้ว

การเกิดลอนริ้ว มองแล้วเห็นเป็นคลื่นที่เต้านม ผิวไม่เรียบ เกิดจากสรีระของคนที่มีเนื้อบริเวณเต้านมบาง หรือผู้ที่มีน้ำหนักตัวน้อยผอมบางและเสริมหน้าอกเหนือกล้ามเนื้อ หรือเสริมหน้าอกขนาดใหญ่เกินไป เกินกว่าเนื้อผิวจะสมดุลกันบวกกับโพรงหน้าอกที่แคบ มีการหดรัดที่โพรงมากขึ้น ส่งผลให้โพรงไปบีบซิลิโคนจนเห็นเป็นคลื่นริ้ว

            แต่อย่างไรก็ตามคลื่นริ้วนั้น อาจไม่ได้เกิดจากความบางของเนื้อและน้ำหนักตัวเพียงอย่างเดียว พังผืดก็มีผลที่ทำให้เต้านมผิดรูปเป็นริ้วคลื่นได้เช่นกัน

 

แนวทางการแก้ไขหรือดูแลรักษา

ผู้ที่มีปัญหาผิวบาง ควรเลือกเสริมหน้าอกใต้กล้ามเนื้อ และเลือกขนาดซิลิโคนที่เหมาะสมไม่ใหญ่จนเกินไป

หรือหากสามารถเพิ่มน้ำหนักตัวได้ก็จะทำให้ไขมันช่วยเติมชั้นผิวริ้วคลื่นจะดูลดลง หรือหากไม่สามารถเพิ่มน้ำหนักได้ ก็สามารถเติมไขมันตนเองเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น

            และที่สำคัญหมั่นนวดโดยผู้เชี่ยวชาญที่ “สโณว่า” เพื่อขยายโพรง ไม่ให้โพรงเกิดการหดรัด หน้าอกขยับได้ไม่เป็นบล็อค เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวเต้านมอีกด้วย

 

จากสาเหตุและแนวทางการแก้ไขปัญหาการเสริมหน้าอกที่ “สโณว่า” นำความรู้มาฝากนั้น จะเห็นได้ว่า

การเสริมหน้าอกที่ดี จึงไม่ใช่แค่การโฟกัสที่ขั้นตอนก่อนการเสริมหน้าอก การเลือกซิลิโคน เลือกหมอ เลือกคลินิก

เท่านั้น แต่ยังต้องใส่ใจขั้นตอนการดูแลตนเองทั้งระหว่างและหลังเสริมหน้าอกด้วย

และเมื่อเสริมหน้าอกมาแล้ว ควรมั่นนวดหรือตรวจเช็คโดยผู้เชี่ยวชาญเป็นประจำที่ “สโณว่า”

*****************************

รวมถึงบำรุงด้วย SANOWA SPECIALTY BREAST CREAM

ครีม “สโณว่า” ผลิตภัณฑ์ดูแลหน้าอกศัลยกรรม

 

จบทุกปัญหาหลังศัลยกรรมทรวงอก ด้วยอนุภาพพลังแห่ง โปรตีนเส้นใยแมงมุม

และสารสกัดธรรมชาติ นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ฝรั่งเศสและเยอรมนีที่มาพร้อมคุณสมบัติเฉพาะ

ช่วยชะลอการเกิดพังผืด, คลายกล้ามเนื้อทรวงอก, ลดรอยแผลเป็น, ป้องกันผิวแตกลาย, ยกกระชับผิวเต้านม

ทาได้ทั้งก่อนและหลังศัลยกรรมเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คุณสัมผัสถึงทรวงอกสวยเป็นธรรมชาติ

จากการศัลยกรรมได้อย่างมหัศจรรย์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กัวซาหน้ายกกระชับ หยกล้างสารพิษ

ศาสตร์พันปีที่ต้องลอง??

 

*****************************

 

ทุกคนคงเคยได้ยินหรือรู้จักศาสตร์กัวซากันมาบ้างแล้ว

กัวซาที่ทุกคนรู้จักมักเป็นการครอบแก้วที่แผ่นหลัง หรือขูดหยกที่ คอ บ่า ไหล่

แต่วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักการทำกัวซาใบหน้า เพื่อความงามกัน

 

“กัวซา ศาสตร์พันปี ปรับสมดุล กระตุ้นหน้าใส”

 

“กัวซา” ศาสตร์การแพทย์แผนจีนที่ใช้หยกแท้ ในการเขี่ยเส้นบนใบหน้า ชีพจรลมปราณ

ขูดล้างสารพิษใบหน้า ปรับสมดุล กระตุ้นการไหลเวียนเลือด ลดริ้วรอยร่องลึก

ยกกระชับกล้ามเนื้อ เพิ่มเม็ดเลือดฝาด ไปจนถึง ปรับรูปหน้า ทำให้มีผิวกระจ่างใส ดูอ่อนเยาว์

 

กัวซา เป็นภาษาจีน “กัว แปลว่า ขูด” และ “ซา แปลว่า อาการของพิษหรือโรค”

ซึ่งปรากฏบนผิวหนังเป็นรอยผื่นหรือจ้ำแดงๆ คล้ายเม็ดทราย ถ้ามีอาการมากจะปรากฏเป็นผื่นจ้ำสีม่วงช้ำ เพราะฉะนั้นการกัวซา จึงหมายถึงการขูดเพื่อขับพิษออกมาทางผิวหนัง เป็นการเช็คสุภาพได้

ถ้า ซา ขึ้นตรงไหนแสดงว่านั้นคืออาการของพิษหรือโรค ควรรีบได้รับการรักษา

และการกัวซาสามารถใช้รักษาโรคได้ โดยการนำแผ่นกัวซามาขูดนวดตามร่างกายตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

จะช่วยกระตุ้นให้เลือดหมุนเวียนได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นการกระตุ้นระบบเมตาบอลิซึ่มของร่ายกาย

 

ปัจจัยที่ทำให้ผิวหน้าหย่อนคล้อย

หน้าหย่อนคล้อยสามารถสังเกตได้จากความยืดหยุ่นของผิว

ผิวเต่งตึงน้อยลงกว่าเดิมผิวหนังเริ่มตกลงตามแรงโน้มถ่วง มีรอยพับร่องแก้ม ร่องน้ำหมากขึ้นชัดขึ้น

เปลือกตาตกลง แสดงถึงผิวหน้ากำลังหย่อนคล้อยซึ่งเกิดจากหลายๆ ปัจจัย

 

*****************************

 

อายุ

เมื่ออายุมากขึ้นคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวที่ช่วยเรื่องความกระชับและยืดหยุ่นจะเริ่มผลิตได้น้อยลง โครงสร้างใบหน้าอ่อนแอลงทำให้ผิวหย่อนคล้อย หรือริ้วรอย ทำให้ปัญหาผิวต่างๆ ตามมา

 

กรรมพันธุ์

บางคนอาจจะมีผิวที่ยืดหยุ่นน้อยกว่าปกติและโครงสร้างใบหน้าไม่แข็งแรงอ่อนแอ เนื่องจากกรรมพันธุ์ที่ได้รับมาทำให้ใบหน้ามีโอกาสหย่อนคล้อยได้ไวและมากกว่าคนอื่น

 

แรงโน้มถ่วง

บนโลกนั้นมีแรงโน้มถ่วงอยู่ซึ่งทำให้ผิวของเราจะค่อยๆ ถูกดึง ถูกยืดลงไปตามแรงโน้มถ่วงของโลก และสาเหตุนี้มักเกิดได้ไวกับคนที่มีผิวที่บางไม่แข็งแรง

 

แสงแดด

แสง UV เป็นมลภาวะต่อผิวหนัง เมื่อโดนแสงแดดสะสมเป็นเวลานาน UV จะทำร้ายผิว ทำให้เกิดการสูญเสียคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิวได้มากกว่าปกติ ตามมาด้วยปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย

 

ไขมัน

ชั้นไขมันในผิวหนังลดน้อยลงมากจนทำให้ผิวหน้าหย่อนคล้อย ผิวเกิดการยุบตัว ไม่กระชับเหมือนเดิมทำให้ใบหน้าหย่อนคล้อย

 

พฤติกรรมการใช้ชีวิต

พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่กระทบกับสุขภาพ เช่น การดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ หรือการรับประทานอาหารแปรรูปเป็นประจำ สามารถทำให้ผิวเสื่อมสภาพได้เร็วขึ้น เพราะมีสารอนุมูลอิสระที่ทำร้ายผิว

 

ความเครียด

ภาวะเครียดกระทบกับผิวได้โดยตรง ในระหว่างที่เกิดความเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลที่เพิ่มการเกิดอนุมูลอิสระขึ้น เกิดการสลายตัวของคอลลาเจนและอิลาสติน ผิวจึงถูกทำร้าย ส่งผลให้เกิดความหย่อนคล้อยบนใบหน้าตามมา

 

การพักผ่อน

ระหว่างที่นอนหลับร่างกายจะหลั่งโกรทฮอร์โมน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยซ่อมแซมการสึกหรอของเซลล์ผิว รวมทั้งสร้างคอลลาเจนระหว่างนั้น เมื่อพักผ่อนน้อยจึงกระทบกับการหลั่งโกรทฮอร์โมน ทำให้ผิวสูญเสียความแข็งแรง

 

การออกกำลังกาย

การออกกำลังกายอย่างหักโหมจนเกิดการลดสัดส่วนลงในเวลาอันสั้น ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของใบหน้าได้ เนื่องจากมีการลดไขมันที่เร็วเกินไป ผิวหนังขาดความยืดหยุ่นจึงเกิดเป็นผิวเหี่ยว

 

สภาพผิว

โครงสร้างผิวหน้ามีน้ำเป็นองค์ประกอบ ผิวหน้าที่เต่งตึงต้องมีน้ำหล่อเลี้ยงมากพอ หากดื่มน้ำน้อยเกินไป อยู่ในสภาพอากาศแห้ง หนาวจัดนานๆ หรือไม่ใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ ก็จะทำให้ผิวหน้าแห้ง ขาดความชุ่มชื้น

 

การแก้ปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อยด้วยการกัวซา

 

ปัจจุบันมีการปรับประยุกต์ใช้กัวซา ที่ตอบโจทย์หลากหลายมากยิ่งขึ้น ใช้ได้กับร่างกาย

เช่น บริเวณใบหน้า, แผ่นหลัง, แขน, ขา, คอ เป็นต้น

ซึ่งนอกจากการใช้บำบัดรักษาสุขภาพ ขูดขับสารพิษออกจากร่างกายแล้ว

กัวซายังได้รับการพิสูจน์จากงานวิจัยทางการแพทย์แผนปัจจุบันหลายฉบับแล้วว่า

สามารถช่วยเสริมความงามให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์ได้ด้วย

 

*****************************

 

ขั้นตอนการกัวซา

1.  ล้างหน้าให้สะอาด เพื่อเปิดรูขุมขน

2.  ใช้น้ำมันบำรุงผิวหน้า หรือน้ำมันมะพร้าว นวดเบาๆ ทั่วผิวหน้า เพื่อลดแรงเสียดสีระหว่างการนวด

3.  ใช้หยกกัวซาขูดจากบริเวณไหปลาร้า ใช้กัวซาด้านกว้างกดแรงปานกลาง และถูไปจนถึงแนวกราม

4.  เริ่มจากกึ่งกลางคาง ใช้ด้านโค้งของกัวซาขูดเบาๆ ไปตามแนวกรามจนถึงหลังใบหู

5.  วางกัวซาที่หน้าแก้ม ใช้ด้านขอบมน เรียบ และกว้าง ค่อยๆ ลากขึ้นเหนือโหนกแก้ม และสิ้นสุดตรงหู

6.  วางกัวซาที่มุมใต้ตา ค่อยๆ เลื่อนกัวซาจากบริเวณใต้ตาไปสิ้นสุดที่ไรผม

7.  วางกัวซาบริเวณกลางคิ้ว แล้วปัดไปอีกทางจนสิ้นสุดที่ไรผม

8.  บริเวณหน้าผาก ให้เริ่มจากด้านบนของคิ้ว ลากขอบกัวซาขึ้นไปจนถึงบริเวณไรผม

 

 

ประโยชน์ของการทำกัวซา

 

หินกัวซาหน้ามีประโยชน์อะไรบ้างกับใบหน้าของเรา จุดเด่นของการนวดใบหน้าด้วยหินกัวซา

เป็นการกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลือง อันเป็นต้นตอของผลข้างเคียงอื่นๆ

ที่ทำให้ใบหน้าของเราดูกระชับขึ้นมา สดใสเปล่งปลั่ง หน้าเรียวหรือช่วยลดริ้วรอยก่อนวัย

ลดถุงใต้ตา ริ้วรอยร่องแก้ม ไปจนถึงปรับเปลี่ยนรูปหน้าให้ดีขึ้น

 

1.  การนวดหน้าด้วยหินกัวซาหน้าสามารถทำได้ด้วยตัวเอง และทำได้ทุกวัน

2.  ไล่สารพิษ ช่วยลดริ้วรอย ยกกระชับใบหน้า

3.  กระตุ้นระบบไหลเวียนเลือดและการผลิตคอลลาเจน ทำให้ผิวเปล่งปลั่ง

4.  บรรเทาอาการปวด ลดการอักเสบของกล้ามเนื้อได้ชั่วคราว

5.  ผลข้างเคียงน้อย หากทำถูกวิธี

 

*****************************

 

กัวซาศาสตร์พันปีที่มีที่ สโณว่า

พร้อมช่วยให้ผิวหน้าคุณยกกระชับ สวยขึ้น อย่างถูกวิธี

ด้วยขั้นตอนเฉพาะของทางร้าน ที่คุณได้ลองแล้วจะหลงรัก

 

 

 

 

 

“เครียดสะสม ผมร่วง นอนไม่หลับ”

นวดศีรษะอายุรเวทอินเดียช่วยได้

 

*****************************

 

ต้องบอกเลยว่า ทุกวันนี้สภาพแวดล้อม อากาศ มลภาวะต่างๆ กระตุ้นความเครียดให้กับเรามากขึ้น

ความเครียดสะสมย้อมส่งผลต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นความอ่อนเพรียนอนไม่หลับ หลับไม่สนิท

บางคนผิวเหียวย่น หน้าตาหมองคล้ำ ผมร่วงเป็นกระจุก

 

ความเครียดคืออะไร

ความเครียดก็คือ การหดตัวของกล้ามเนื้อส่วนใดส่วนหนึ่งหรือหลายส่วนของร่างกาย

ซึ่งทุกคนจำเป็นต้องมีอยู่เสมอในการดำรงชีวิต เช่น การทรงตัว เคลื่อนไหวทั่วๆไป

มีการศึกษาพบว่าทุกครั้งที่เราคิดหรือมีอารมณ์บางอย่างเกิดขึ้นจะต้องมีการหดตัว

เคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อแห่งใดแห่งหนึ่ง ในร่างกายเกิดขึ้นควบคู่เสมอ

 

ผลของความเครียดต่อชีวิต

ผลต่อสุขภาพทางกาย

อาการไม่สบายทางกายต่างๆเช่น ปวดหัว ปวดเมื่อยตามส่วนต่างๆของร่างกาย ความผิดปกติของหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคกระเพาะ อาการท้องผูกท้องเสียบ่อยๆ นอนไม่หลับ หอบหืด เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ฯลฯ

 

ผลต่อสุขภาพจิตใจ

ความวิตกกังวล ซึมเศร้า กลัวอย่างไรเหตุผล อารมณ์ไม่มั่นคง เปลี่ยนแปลงง่าย หรือโรคประสาทบางอย่าง

 

ดังนั้นเราจึงมีศาสตร์ความผ่อนคลายมาแนะนำ ที่จะช่วยให้คุณหายจากความเครียด

นอนหลับสบายและบำรุงเส้นผมอีกด้วย

 

นั้นก็คือ “การนวดศีรษะอายุรเวทอินเดีย” ศาสตร์ที่ทรงพลัง

 

ศาสตร์แห่งธรรมชาติ ที่ช่วยบำบัดอาการไมเกรน ตาพร่า ออฟฟิศซินโดรม คลายปมเส้นประสาท

กระตุ้นการหมุนเวียนโลหิตหนังศีรษะ ลดอาการเส้นผมหลุดร่วง เพิ่มออกซิเจนให้เนื้อเยื่อ

ลดความตึงเครียด ผ่อนคลายศีรษะ สร้างสมาธิและประสิทธิภาพให้สมอง

 

*****************************

 

การนวด นับเป็นหนึ่งในศาสตร์การรักษาที่เกิดขึ้นมานานนับพันปี ช่วยให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย

คลายปวดเมื่อย หรือช่วยบำบัดอาการบางอย่างได้ โดยศาสตร์การนวดนั้นมีหลากหลายแขนง

หนึ่งในศาสตร์การนวดที่เก่าแก่คือ การนวดศีรษะอายุรเวทแบบอินเดีย

 

การนวดศีรษะอายุรเวทอินเดีย เป็นวัฒนธรรมโบราณของสตรีชาวภารต ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่สตรีชาวอินเดียที่

ต้องการผ่อนคลายร่างกาย รวมทั้งบำรุงเส้นผมให้มีสุขภาพดี เงางาม และมีกลิ่นหอม

โดยเน้นการนวดบริเวณศีรษะ ต้นคอ บ่า ไหล่ สะบัก และหน้าผาก

 

หัวใจสำคัญที่ทำให้การนวดศีรษะแบบอินเดียแตกต่างจากการนวดแขนงอื่นๆ

คือ จะมีการใช้น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ อุ่นให้มีอุณหภูมิพอเหมาะ เทลงบริเวณหนังศีรษะขณะทำการนวด

ความอุ่นจากน้ำมันมะพร้าวจะช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว ทำให้รู้สึกผ่อนคลายยิ่งขึ้น

และคุณสมบัติของน้ำมันมะพร้าวก็มีส่วนช่วยบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะให้มีสุขภาพดี

ชุ่มชื้น ดกดำ เป็นเงางามอีกด้วย

 

การนวดบำบัดแบบอายุรเวทอินเดียเป็นที่รู้จักและนิยมไปทั่วโลก

เป็นการนวดที่จะทำให้คุณคลายความเมื่อยล้าและความเครียดจากการทำงาน

ด้วยการใช้น้ำมันมะพร้าว ชโลมลงบนหนังศีรษะ พร้อมนวดกระตุ้นแบบกดจุดด้วยเทคนิคเฉพาะแบบอินเดีย

ตั้งแต่ ศีรษะ ต้นคอ บ่า และไหล่ น้ำมันมะพร้าวที่ซึมซาบเข้าไปในหนังศีรษะจะช่วยให้กล้ามเนื้อศีรษะผ่อนคลาย

บรรเทาการปวดหัวและปวดไมเกรน รวมถึงอาการปวดกระบอกตาที่อ่อนล้าจากการทำงาน

เพิ่มการไหลเวียนโลหิต และเติมออกซิเจนให้กับสมอง ช่วยบรรเทาความตึงเครียด

และสร้างความผ่อนคลายให้กับร่างกาย สร้างสมาธิและประสิทธิภาพในการทำงานมากยิ่งขึ้น

เหมาะสำหรับพนักงานออฟฟิศที่จำเป็นต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ติดต่อกันเป็นเวลานานๆ

จนมีอาการปวดเมื่อยบริเวณคอ บ่า ไหล่ สะบัก หรือกระบอกตา

และผู้ที่มีความเครียดสะสม นอนไม่หลับ หรือมีปัญหาปวดหัวไมเกรน

ก็สามารถเข้ารับการนวดศีรษะแบบอินเดียเพื่อบรรเทาอาการได้

 

*****************************

 

ข้อดีของการนวดศีรษะอายุรเวทอินเดีย

-  ช่วยคลายกล้ามเนื้อ กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตบริเวณหนังศีรษะ และลำคอ

-  คลายอาการปวดเมื่อย ปวดเบ้าตาหรือปวดกระบอกตา

-  สร้างสมาธิ และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานมากยิ่งขึ้น

-  เพิ่มการลำเลียงของออกซิเจน และสารอาหารต่างๆ ให้กับเนื้อเยื่อ

-  ทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย บรรเทาความตึงเครียด และนอนหลับง่ายยิ่งขึ้น

 

ข้อควรระวังในการนวดศีรษะแบบอินเดีย

ข้อควรระวังของการนวดศีรษะแบบอินเดียคือ ควรนวดศีรษะโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

เพราะบริเวณต้นคอเป็นจุดที่เส้นเลือดซึ่งนำเลือดไปหล่อเลี้ยงสมองวางตัวอยู่

หากมีการขยับคอ หมุนคอ เอียงคอ สะบัดคอแรงๆ หรือมีการกด นวด บีบ เค้น

อาจทำให้เส้นเลือดฉีกขาดหรือบาดเจ็บ ส่งผลให้เลือดไปหล่อเลี้ยงสมองได้ลดลง

จนอาจเกิดภาวะสมองขาดเลือด กลายเป็นอัมพาตได้

 

*****************************

 

สโณว่า เรามีผู้เชี่ยวชาญในการนวดศรีษะอายุระเวทอินเดีย

ที่จะช่วยดูแลให้คุณสามารถผ่อนคลาย หลีกหนีความเมื้อยล้าจากโลกภายนอก

พร้อมสระและนวดผมด้วยแชมพูออแกนิก ให้คุณรู้สึกเบาสบายชาร์จพลังได้อย่างเติมที่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นวดออฟฟิศซินโดรม ช่วยคุณได้

“ผ่อนคลายโรคของความเคยชิน”

 

*****************************

 

สาขาอ่างศิลา ชลบุรี
(สามแยกพระยาสัจจา)

เลขที่ 119 /21 ถนนบางแสน-อ่างศิลา
อำเภอเมืองชลบุรี ชลบุรี 20000

โทร. +6696 914 9916

สาขาศรีราชา ชลบุรี
(หลังโรบินสันศรีราชา)

เลขที่ 69 ถนนศรีราชานคร 2
อำเภอศรีราชา ชลบุรี 20110

โทร. +6695 924 9916

Copyright 2026 by SANOWA. All Rights Reserved.

Call to Action Call to Action Call to Action Call to Action Call to Action